ทำความรู้จักกับ ฟีเจอร์ใหม่ใน Windows Server 2016 Updated !

0
351

จากการอัพเดทใหม่ของ Window เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 ผ่านมา หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า Window ในโฉมใหม่ที่ได้รับการพัฒนานี้ มีเครื่องมือมากมายให้ได้เลือกใช้กัน พวกเราจึงจะขอคัดเลือกเครื่องเด็ดๆที่เหมาะกับเหล่าผู้ประกอบการ และองค์กรในบ้านเรามาฝากกัน

Window Containers

ที่ถูกใจผู้ใช้ ผู้พัฒนามาที่สุดน่าจะเป็นระบบ Window Container ที่ลดความซับซ้อน และทำให้ง่ายต่อการใช้งานมากกว่าเดิม ซึ่งคุณสมบัติพิเศษเลยที่ถูกพัฒนามาก็คือ เอื้อให้ผู้พัฒนา Application ทำง่ายได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ซึ่งระบบนี้จะมี 2 แบบหลักก็คือ Windows Server Containers และ Hyper-V Containers

ซึ่งวิธีการทำงานหลักของ Hyper-V Containers จะมีคุณสมบัติพิเศษในการเปิดรัน  Application บนระบบคอมพิวเตอร์ได้หลายตัวในเวลาเดียวกัน และในการแยกรันระบบนี้เองจะยิ่งทำให้  Application ทำงานได้รวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งความสามารถในการปรับและย้ายระบบไปมาได้

Nano Server

ความสามารถล่าสุดที่ Windows Server 2016 ได้พัฒนาก็คือระบบ Nano Server หรือที่มี Code Name ว่า Tuva หากจะดูข้อมูลและรายละเอียดของ Nano Server ก็เปรียบได้เหมือน Window Server (Server Core ) ที่ย่อขยาดของ footprint ลดลงถึง 20 เปอร์เซ็น และถูกออกแบบมาเพื่อการใช้ทรัพยากรของเครื่องอย่างเต็มที่มากที่สุด ให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด

ทาง Microsoft เองยังให้ข้อมูลว่า Nano Server คือ Hard disk เสมือนที่มีขนาดเล็กลง 93% ความสามารถในการรับมือความปลดภัยเพิ่มมากขึ้น และลดการปรับลงถึง 92% พร้อมทั้งการทำงานที่เร็วขึ้นถึง 80%

ซึ่ง Nano Server สามารถรองรับการทำงานในการสร้าง  และพัฒนา Application ในการเขียนภาษา C#, Java, Node.js, Python ทั้งในการทำงานบนคอมพิวเตอร์จริง คอมพิวเตอร์เสมือน และ Containers

File and Storage Services

การพัฒนาปรับปรุงให้ Quality of Service หรือ QoS ของ Storage เพื่อยกระดับความสามารถที่ผู้ใช้สามารถสร้างนโยบาย Qos บน Scale-Out File Server และสามารถมอบนโยบายที่ผู้ใช้สร้างขึ้นบน Hyper-V  ซึ่งจะทำให้มีการ Sync ข้อมูลระหว่างกันได้กับเซิฟเวอร์หลัก ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้มีประสิทธิภาพในการทำ Disaster Recovery การขยาย Failover Cluster สำหรับทำระบบ High Availability ได้อีกด้วย 

Window Console

อีกหนึ่งส่วนที่มีการพัฒนาอย่างชัดเจนและเห็นได้ชัดเลยก็คือ ในส่วนของการปรับปรุง Console (Conhost.exe) ซึ่งมีการเพิ่มฟังก์ชั่นใน Command ของระบบ Windows, Windows PowerShell และ character-mode โดยสามารถสรุปส่วนที่พัฒนาได้ดังนี้

  • ฟังก์ชั้นการทำงาน Console และ Quick Edit ทำงานได้แต่เริ่มต้นเปิดระบบ และหน้าต่างของ Console ก็สามารถปรับขนาดควบคุมได้แบบไดนามิกโดยใช้เม้าส์เท่านั้น
  • คีย์ลัดแป้นพิมพ์แบบใหม่สำหรับการ Copy, Paste และการเรียกดู History
  • การปรับหน้าตาของ Console ให้ดูง่ายขึ้นด้วยฟร้อนชนิด TrueType เป็นค่าเริ่มต้น

Networking

การทำงานของ Software Defined Datacenter ใน Windows Server 2016 ถูกออกแบบมาเพื่อการทำงาน และตอบโจทย์ของการทำงานบน Cloud เป็นหลัก รวมไปถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่จะต้องบริหารข้อมูลในจำนวนมาก

และ Software Defined Datacenter เป็นระบบพื้นฐานของ Networking ซึ่ง Window Server 2016 ได้นำเทคโนโลยีใหม่นี้มาปรับโครงสร้างของระบบ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ Network Controller, Hyper-V Virtual Switch, Network Function Virtualization, Standardized Protocols และ Flexible encapsulation technologies

Data Center กับ Microsoft Azure คุณสมบัติเด็ดจาก Window Server 2016

ในยุคปัจจุบันระบบการทำงานที่มีประโยชน์ และมีประสิทธิภาพในการทำงานมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นระบบ Cloud Computing ที่สามารถเข้าถึงได้ทั้งการทำงานแบบองค์กร และการใช้งานส่วนบุคคล

โดยการทำงานของ Windows Server 2016 ที่ได้รับการพัฒนาใหม่นี้จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเชื่อมต่อ Data Center กับ Microsoft  Azure อย่างคล่องตัวโดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของอุปกรณ์ ทั้งอุปกรณ์พกพา และอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงานหลัก ซึ่งการโอนย้ายของมูลจาก Data Center ไปทำงานบนระบบ Cloud นี้ไม่ได้มีข้อดีในเรื่องการประหยัดพื้นที่จัดเก็บเพียงเท่านั้น

  • ความสามารถในการจัดการ Data Center ร่วมกับ Cloud Computing โดยการสร้างระบบ VPM เชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นมือถือ หรือคอมพิวเตอร์หลักเข้ากับ Microsoft Azure ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การเปิดและการบริหารข้อมูลได้อย่างสะดวก
  • การเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับ Microsoft Azure นั้นจะมีฟังก์ชั่นเด็ดอย่าง Azure Backup เพื่อสำรองข้อมูล ที่มีประเสถียรภาพสูง อีกทั้งยังสามารถยืดหยุ่นช่วยให้ผู้ใช้สำรองข้อมูลจากนอกสถานที่ได้อีกด้วย
  • ถือว่าเป็นมิติใหม่ในการใช้งานของ Infrastructure ที่สามารถรองรับการทำงาน Application อย่างคล่องตัวไม่ว่าจะเป็น Application บนมือถือ หรือสตรีมมิ่งมีเดียต่างๆ เพื่อรองรับการทำงานได้ผู้ใช้ทั่วโลกเลยทีเดียว
  • เหมาะมากสำหรับนักพัฒนาและผู้ดูแล Application โดยการใช้ Microsoft  Azure ในการทดสอบการทำงานเสมือนจริงของ Application บนเครือข่าย Microsoft  Azure ซึ่งจะสามารถรองรับการรันข้อมูลที่มีปริมาณมาก พร้อมทั้งแปลงขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง กับความสามารถในการจำลองการใช้งานจริงให้ปรับเปลี่ยนไปตามสิ่งแวดล้อมของผู้ใช้ องค์กร และการทำงานบน Cloud

การปรับปรุงและพัฒนาระบบการทำงานของ Windows Server 2016 ที่ผ่านมานั้น ถือว่ามีการเพิ่มและปรับคุณสมบัติพิเศษมากมาย เพื่อเอื้อประโยชน์ เพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้ ซึ่งคุณสมบัติพิเศษมากมายที่ถูกพัฒนามานี้ ตัวผู้ใช้เองก็จำเป็นที่จะต้องศึกษาให้ครบทุกรายละเอียด ว่ามีฟังก์ชั่นใดที่เหมาะสมในการใช้งานของตัวเอง เพื่อการยกระดับการใช้งาน ประยุกต์ใช้เหมาะสมกับการทำงาน เพื่อความคุ้มค่าและประโยชน์ในการใช้งานอย่างมากที่สุด

 

ทิ้งคำตอบไว้