10 ฟีเจอร์สำคัญของ APM ที่ Developer ไม่รู้คือ “พลาด” (part two)

0
59

เรามาต่อกันที่เรื่องของ Application Performance Management กับพาร์ทที่สองของ 10 ฟีเจอร์สำคัญ มาต่อกันตั้งแต่ข้อ 5 กันเลย

  1. การมอนิเตอร์ server และ metric อย่างเช่น CPU และ Memory

แม้ว่า cloud server จะทำงานได้เสถียรมากๆ ก็ตาม  แต่ก็ใช่ว่าแอปพลิเคชั่นจะรันไปได้อย่างไร้ปัญหาอย่างหมดจด และเมื่อปัญหาเกิดขึ้น developer ต้องหาสาเหตุของมันให้ได้ นั่นทำให้ต้องไปดูที่ server CPU และ memory ถึงแม้ว่าเว็บแอปพลิเคชั่นสมัยนี้จะไม่ได้ใช้ CPU มากเท่าแต่ก่อน แต่การดู CPU usage ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยในการทำ auto-scaling ของแอปพลิเคชั่นบน cloud

  1. การดู Application framework metrics เช่น performance counter, JMX MBeans ฯลฯ

นอกจากการดู server metric อย่าง CPU และ memory แล้ว developer ยังต้องดูข้อมูลของ application metric ด้วยเช่นกัน เพราะจะเห็น performance ของ application นั้นๆ อย่างแท้จริง ใน application metric สิ่งที่ developer ต้องดูก็อย่างเช่น garbage collection, request queuing, transaction volumes และ page load time เป็นต้น นอกจากนี้ developer ยังต้องดู Windows Performance Counters และ JMX MBeans เช่นเดียวกับการดู Redis, Elasticsearch, SQL และ service อื่นๆ

  1. การสร้าง Custom applications metrics

Developer สามารถสร้าง custom application metric เพื่อดูค่าของส่วนใดส่วนหนึ่งได้อย่างละเอียดโดยเฉพาะ อย่างเช่นการสร้าง custom application metric เพื่อดูจำนวนของ log message ที่ถูกอัพโหลดต่อนาที เป็นต้น

  1. การดู application log data

Developer มักจะขอดู log เวลาที่มีปัญหาเกิดขึ้นในช่วง production เพราะการดู log data จะช่วยให้ developer เข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง การเข้าไปดู log นั้นต้องใช้เครื่องมือที่เรียกด้าน log management ซึ่งเครื่องมือจะถูกรวมอยู่ใน APM ชั้นนำอย่างเช่น Retrace อยู่แล้ว

  1. การติดตามและรายงาน Application errors

สิ่งสำคัญที่สุดของการเป็น developer ก็คือ การรู้ว่า error เกิดขึ้นตรงไหนโดยเร็วที่สุด ก่อนที่ลูกค้าจะรู้ และย้ายไปใช้แอปฯ อื่น  APM จึงทำหน้าที่ติดตาม, รายงาน และแจ้งเตือนเมื่อมี error เกิดขึ้นในระบบ นอกจากนี้ APM ยังช่วยดู error rate ทั้งหมด ช่วยให้ developer เข้าใจปัญหาได้ชัดเจนขึ้น

เวลาที่ production มี deployment ใหม่ๆ เกิดขึ้น developer ก็ควรที่จะดู error dashboards โดยละเอียดเพื่อคาดการณ์และป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นกับแอปฯ

  1. การทำ Real User Monitoring

นอกจากความเข้าใจในแอปฯ ของตัวเองแล้ว Developer จำเป็นต้องรู้ว่าผู้ใช้งานแอปฯ ของเรานั้นเห็นแอปฯ ของเราเป็นอย่างไร และมีพฤติการณ์ใช้งานแอปฯ นั้นอย่างไรอีกด้วย และฟีเจอร์  Real User Monitoring หรือ RUM ก็ตอบโจทย์ที่ว่าได้เป็นอย่างดี เพราะ RUM จะติดตามและวิเคราะห์ข้อมูล transaction ของ user ที่มีต่อแอปฯ นั้น สามารถดู load time และ transaction path สิ่งเหล่านี้ทำให้ developer เข้าใจพฤติกรรมของ user มากขึ้น

หลายคนคงคิดว่า APM ที่มีฟีเจอร์ครบทั้ง 10 อย่าง ต้องมีราคาแพงแน่ๆ ซึ่งก็ไม่ใช่เสมอไป เพราะยังมี APM อย่าง Stackify Retrace อยู่ ที่คิดค่า subscription เริ่มต้นเพียง 10 เหรียญสหรัฐต่อหนึ่งเดือนเท่านั้น เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

 

________________________________________________________

Onestopware เราให้คุณได้มากกว่าคำว่าถู
💻 : www.onestopware.com
 : 02-392-3608
📱 : Sales@monsterconnect.co.th

ทิ้งคำตอบไว้