Antivirus สำหรับองค์กร แตกต่างจาก แบบ Home use อย่างไร?

0
800

เรื่องของการโจมตีระบบ Datacenter นั้น นับเป็นเรื่องที่ถือได้ว่า “ร้ายแรง” สำหรับทุกๆ คน และคงไม่มีใครอยากให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้ มาล้วงข้อมูลสำคัญๆ , ไฟล์ภาพส่วนตัว หรือรหัสผ่านต่างๆ  ของเราไปหรอก ใช่มั้ยครับ

ในปัจจุบันการโจมตีจาก Hacker นั้นก็มีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Trojan, Worm, Virus, Malware หรือมีแม้กระทั่งเดี๋ยวนี้ มีการเรียกค่าไถ่ข้อมูลกันแล้ว  ดังนั้น “เรา” ซึ่งจะเป็นผู้ใช้ตามบ้านหรือองค์กรเองก็ตาม ควรมีสิ่งที่เรียกว่า “เกราะ” เอาไว้ป้องกันการโจมตีเหล่านี้ และวันนี้เอง Onestopware จะมาอธิบาย ว่าเราควรเลือกใช้ Antivirus แบบไหนกันครับ

จุดเด่นของ Antivirus สำหรับผู้ใช้ตามบ้าน

จริงๆ แล้วในปัจจุบัน จะมีแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ Antivirus และ Internet Security (รวม Antivirus ด้วย)ซึ่งความเหมาะสมในการเลือกใช้ แอดมินขอแนะนำว่า ถ้าเราจะเน้นเรื่องความครอบคลุมแล้ว ก็ควรที่จะเลือกเป็น Internet Security ไปเลยดีกว่าครับ ราคาแพงกว่านิดเดียวเท่านั้นเอง

  1. สามารถทำการ Scan ระบบใน PC หรือ Notebook แบบ Real-time เพื่อตรวจสอบการโจมตี เช่น viruses, malware, trojan horse programs, keyloggers, worms, bots.
  2. เว็บไซต์ Protection ป้องกันการโจมตีที่แฝงมากับเว็บไซต์ต่างๆ

จุดเด่นของ Antivirus สำหรับองค์กร

หลายท่านคงทราบดีกว่า เกรดของ PC หรือ Notebook แบ่งออกเป็น 2 เกรด คือ เกรดสำหรับใช้ทั่วไปและ เกรดสำหรับใช้เพื่อธุรกิจซึ่งจะใช้วัสดุที่ดีกว่า รับประกันเยอะกว่า ใช่มั้ยครับ แอนตี้ไวรัสเอง ก็มีสำหรับองค์กรเหมือนกัน เดี๋ยวเราไปดูกันครับว่า มันมีจุดเด่นและข้อแตกต่างจาก Antivirus สำหรับผู้ใช้ตามบ้านอย่างไรบ้าง

  1. มีระบบ Centralize Management   สามารถจัดการ การตั่งค่า , policy , Schedule ได้จากส่วนกลาง
  2. มีระบบ Firewall
  3. มีระบบ Email Scanning ขาเข้า ขาออก
  4. มีระบบ Web Filtering การใช้งานเว็บไซต์ ว่าให้ user เข้าเว็บไหนได้ เว็บไหนไม่ได้ (Block/Allow)
  5. มีระบบ IPS ตรวจสอบแบบ Real-time ป้องกันการโจมตีก่อนที่จะเกิดขึ้น
  6. มีระบบ Application Control เพื่อควบคุมการเข้าถึงแอพพลิเคชั่นหรือไฟล์
  7. มีระบบ External Media Controler เพื่อควบคุมการใช้งานสื่อจากภายนอกเช่น Flash Drive, External Harddisk

คิดว่าหลายๆ ท่าน คงพอเห็นภาพความแตกต่างของ Antivirus ทั้งสองแบบกันไปคร่าวๆ แล้ว ส่วนจะเลือกซื้อยี่ห้อไหนดี ก็ต้องเข้าไปดู Features หรือคุณสมบัติของแต่ละยี่ห้อนั้นๆ นะครับว่าเค้าทำอะไรได้บ้าง หรือถ้าดูแล้วยังไม่รู้ว่าจะเลือกยี่ห้อไหน แบบไหนดี ก็สามารถติดต่อ ปรึกษาทาง Onestopware ได้เลย

วันนี้แอดมินก็ขอจบบทความไว้เพียงเท่านี้ก่อน ครั้งหน้าแอดมินจะนำเรื่องราวดีๆ มานำเสนอให้ชมกันอีก ขอบคุณมากครับ 🙂

#Onestopware
www.onestopware.com
เราขาย Server และ Software ที่ให้คุณมากกว่าคำว่าถูก

ทิ้งคำตอบไว้