Microsoft SPLA คืออะไร? ซอฟต์แวร์เช่าใช้ดียัง?

0
778

ในการทำธุรกิจในรูปแบบบริษัทจดทะเบียนนั้น หลายๆคนคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ ที่ถูกต้องตามกฏหมาย เพราะคุณคงไม่อยากให้เจ้าของซอฟต์แวร์มาตรวจเจอ และเก็บค่าปรับย้อนหลังแน่ๆ ยกตัวอย่างเช่น Windows License หรือ Microsoft Office เชื่อว่าแทบจะทุกองค์กร คงจะใช้พวก Word, Excel ในการทำงานเป็นแน่แท้ และรู้รึเปล่า ซอฟต์แวร์เหล่านั้นก็มีลิขสิทธิจาก Microsoft หากลองโหลดฟรีมาใช้แล้วหล่ะก็ อาจจะเจอ Jackpot เข้าให้ซักวัน บรื๋ออ.. ไม่อยากจะคิด
แต่ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิเหล่านั้นเอง ก็ราคาสูงชนิดที่บาดใจเลยทีเดียว ลองคิดดูเล่นๆว่า หากมีพนักงานในออฟฟิตซัก 20 คน และใช้คอมพิวเตอร์อย่างน้อย 20 เครื่อง แน่นอนว่าคุณก็ต้องมี Windows 20 Licenses (เช่น Windows 7, Windows 8, หรือ Windows 10) และ Microsoft Office 20 Licenses (Word, Excel, Powerpoint) รวมๆ แล้ว หมดเงินไปเกินแสนแน่นอน (ยังไม่ทันได้ทำมาหากินเลย เสียตังซะละ) แต่วันนี้ที่ผมจะมาแชร์ให้ฟัง มันมีทางเลือกใหม่ที่พวกเราอาจจะยังไม่รู้ นั่นคือ ซอฟต์แวร์พวกนี้ มันให้เราเช่าใช้ได้ และก็จ่ายเป็นรายเดือนด้วย เรามาดูเหตุผลดีๆที่หลายๆองค์กรเลือกใช้ซอฟต์แวร์แบบเช่าใช้กันครับ
จ่ายน้อยกว่า
ข้อนี้เห็นกันชัดๆครับ ยกตัวอย่างเช่นคุณจ่ายเงินค่า Microsoft Office 100 Licenses เป็นจำนวนเงิน 1,700,000 บาท (License ละ 17,000 บาทสำหรับ Standard Edition) แต่หากว่าคุณจ่ายเป็นแบบเช่าใช้รายเดือน คุณจะจ่ายแค่เดือนละ 42,000 บาท (License ละ 420 บาทต่อเดือน สำหรับ Standard Edition)
จ่ายตามจริง
เดือนไหนใช้เท่าไร ก็จ่ายตามจริงเท่านั้นครับ ยกตัวอย่างเช่น ในเดือนแรกคุณใช้ Microsoft Office จริงจำนวน 100 License และในเดือนถัดไป คุณใช้ Microsoft License จริงแค่ 90 License (พนักงานลาออกหรือมีการปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน) คุณก็จ่ายแค่ค่าเช่าแค่ 90 License เท่ากับที่คุณใช้จริง
อัพเกรดตามใจ
บางท่านอาจจะงงครับ เพราะ License ของ Microsoft มีทั้งแบบที่อัพเกรด Version ได้และอัพเกรด Version ไม่ได้ สำหรับบางอันที่อัพเกรดได้นั้นจะต้องซื้อ Software Assurance (SA) แบบรายปีเพื่อใช้ในการอัพเกรดอีก พูดง่ายๆ คือจ่ายค่าบริการดูแลให้ซอฟต์แวร์ตัวนั้นๆอยู่ดีทั้งๆที่ซื้อขาดมาแล้ว แต่สำหรับซอฟต์แวร์เช่าใช้ คุณสามารถที่จะอัพเกรดซอฟต์แวร์เมื่อไหร่ก็ได้ เช่น เดิมทีคุณ Microsoft Office 2007 อยู่ คุณสามารถที่จะอัพเป็น Microsoft Office 2013 ได้ทุกเมื่อ
บริการมากขึ้น
แน่นอนครับปกติแล้ว หากคุณซื้อ License แบบซื้อขาดไปแล้วไม่ซื้อ SA ตามไปด้วย เรื่องบริการนั้นขอบอกว่ายากครับ เพราะนั่นแปลว่าคุณไม่ได้ซื้อบริการดูแลหลังการขายไปด้วยนั้นเอง แล้วถ้ามันเกิดปัญหาขึ้นมา คุณจะทำยังไงหล่ะ สำหรับ ซอฟต์แวร์แบบเช่าใช้ จะมีทีมงานที่เป็น Partner ของ Microsoft (เนื่องจากคุณซื้อตรงกับ Microsoft ไม่ได้อยู่แล้ว) คอยให้บริการรับแจ้งปัญหา รับแจ้งจำนวนการใช้งานจริงต่อเดือน บริการอัพเกรด Version ให้คุณ เหมือนกับว่าคุณมีทีมงานไอทีดูแลอย่างใกล้ชิด
หักภาษีเต็มจำนวน
สำหรับการทำธุรกิจแล้ว รายจ่ายในการซื้อสินค้าแบ่งหลักๆเป็น 2 ชนิดคือ รายจ่ายฝ่ายทุน (Capital Expense) และ รายจ่ายในการดำเนินการ (Operation Expense) หากคุณซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ในสำนักงาน เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงซอฟต์แวร์แบบซื้อขาด ทางสรรพากรจะมองว่าเป็นรายจ่ายฝ่ายทุน ส่วนรายจ่ายในการดำเนินการ ได้แก่ พวกค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าเช่าออฟฟิต เงินเดือนพนักงาน รวมถึงซอฟต์แวร์แบบเช่าใช้ รายจ่ายในการดำเนินการพวกนี้ ทางบัญชีสามารถนำมาหักภาษีได้เต็มจำนวนในช่วงระยะเวลาที่รายจ่ายเกิดขึ้นในเดือนนั้นๆ ผิดกับรายจ่ายฝ่ายทุนที่ไม่สามารถหักภาษีเต็มจำนวนได้ภายในปีที่ซื้อทรัพย์สินเหล่านั้น แล้วมันส่งผลต่อธุรกิจของคุณอย่างไรน่ะเหรอ? รายจ่ายในการดำเนินการ (OPEX) สามารถนำไปหักลบกับผลกำไรในเดือนนั้นๆ ทำให้เราจ่ายภาษีน้อยลง อีกหนึ่งข้อดีคือเรื่อง มูลค่าเงินตามเวลา การที่เราลดหย่อนภาษีในปีนี้ จะได้ประโยชน์มากกว่ารอไปลดหย่อนภาษีในปีหน้า ตัวอย่างเช่น เงิน 100 บาทในวันนี้ มีค่ามากกว่าเงิน 103 บาทในปีหน้าเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและดอกเบี้ย
สภาพคล่องทางการเงิน
คงไม่มีใครอยากจ่ายเงินลงทุนก้อนโตไปกับสิ่งที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวัน ยิ่งเป็นบริษัทที่เปิดใหม่ หรือ ขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วแล้ว เงินลงทุนและเงินหมุนเวียนเป็นสิ่งจำเป็นมาก แต่หากไม่ซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิก็อาจจะเจ็บตัวในภายหลังก็เป็นได้ แทนที่คุณจะมาลงทุนซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิทั้งหมด ทำไมคุณไม่ลองเอาเงินก้อนนี้ไปลงทุนกับสิ่งที่จะสร้างผลกำไรให้บริษัทได้มากกว่าหล่ะครับ

#Onestopware
www.onestopware.com
เราขาย Server และ Software ที่ให้คุณมากกว่าคำว่าถูก

ทิ้งคำตอบไว้