Workstation กับ PC ต่างกันยังไง

0
8639

Workstation กับ Desktop PC ต่างกันอย่างไร?

กลับมาพบกันอีกครั้งกับสาระดีๆ จาก OneStopWare บทความโดนๆให้ที่จะไขข้อข้องใจเกี่ยวกับด้านไอที หลายๆท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่า Workstation มาบ้างแล้ว (ซึ่งไม่เกี่ยวกับ Play Station แต่อย่างใด – -) วันนี้ผมจะพาท่านไปทำความรู้จักแบบสนิทสนมกันกับ Workstation แล้วมาดูว่าระหว่าง PC กับ Workstation ใครจะเจ๋งกว่ากัน

แน่นอนครับว่า สำหรับองค์กรไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ ก็ต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการทำงานทั้งนั้น หลายๆท่านอาจจะประสบปัญหา การเลือกซื้อ ที่ไม่รู้ว่าจะเลือกสเปกยังไงดี ราคาถูกมากไปก็กลัวคอมจะกาก พังง่าย ซ่อมบ่อย หรือถ้าราคาแพงไปก็กลัวว่าจะใช้งานไม่คุ้มกับเงินที่เสียไป เรื่องปวดหัวแบบนี้ แอดมินก็เจอบ่อยครับ ก่อนจะเข้าสู่รายละเอียดสเปกของอุปกรณ์ เรามาเริ่มจากวิเคราะห์ในเรื่องของวัตถุประสงค์การใช้งานก่อนครับ

Workstation ถูกออกแบบมาเพื่อใคร?

หากคุณกำลังมองหาคอมพิวเตอร์ที่ช่วยในการออกแบบ (CAD: Computer Aided Design) งานบัญชี สถิติหรืองานตัดต่อวิดีโอ (Video Editing) คุณมาถูกที่แล้วครับ หากลองเทียบประสิทธิภาพในการประมวลผลของซีพียูและการ์ดจอระหว่างคอมพิวเตอร์ประกอบทั่วๆไป กับ Workstation แล้ว จะเห็นว่า Workstation ระดับล่างๆ ยังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในหลายๆแอพพลิเคชั่น แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเหมาะกับ Workstation นะครับ เพราะหากงานออฟฟิตทั่วไปที่แค่ใช้งาน Microsoft Office, Email, Presentation พิ้นฐานพวกนี้ ก็คงไม่จำเป็นต้องใช้ Workstation ครับ

พวกนักออกแบบ, วิศวกร, นักวิเคราะห์ทางการเงิน และนักวิจัย ส่วนมากจะนำ Workstation มาใช้งานแอพพลิเคชั่นเพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ดีที่สุด  ทั้งในด้านการแสดงผลกราฟิกที่ซับซ้อน, การสร้างข้อมูลดิจิตอล และการวิเคราะห์ทางการเงินและการคำนวณ  จากความคิดเห็นของกลุ่มผู้ใช้งานจริงพบว่า Workstation ระดับเริ่มต้นคือการลงทุนที่คุ้มค่าในการทำงานที่สุด

 มาดูความแตกต่างระหว่าง Workstation กับ PC กันบ้าง

 – ราคา คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 12,000 บาท – 30,000 บาท (ไม่นับคอมพิวเตอร์แบบประกอบครับ เนื่องจากความหลากหลายและราคาขึ้นอยู่กับชิ้นส่วนที่นำมาประกอบเป็น PC) ประสิทธิภาพก็ตามราคาครับ ส่วน Workstation จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 28,000 บาท ยาวไปจนถึงหลักแสนเลย

– ประสิทธิภาพ เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปถูกออกแบบมาให้ทำงานไม่หนักมาก เช่นงานออฟฟิต ท่องเว็บ และงานรับส่งอีเมลล์ทั่วไป เนื่องจากวัสดุภาพในที่นำมาประกอบเป็น PC นั้น ไม่ได้ออกแบบมาเพื่องานที่ใช้ Workload เยอะๆ จึงไม่แปลกที่เรามักจะเจอปัญหา คอมค้าง กระตุก คอมร้อนแล้วดับ และปัญหาอีกมากมาย สำหรับ Workstation ถูกออกแบบมาให้จัดการงานที่ต้องใช้ Workload เยอะ เปิดใช้งานหลายๆ แอพพลิเคชั่นพร้อมกัน มันสามารถจัดการ CAD, ภาพเคลื่อนไหว, การวิเคราะห์ข้อมูล, การสร้างภาพ 3D เสมือนจริง และงานสร้างวิดีโอมืออาชีพ

– ความทนทาน อุปกรณ์แต่ละชิ้นส่วนภายในของ Workstation มีมาตรฐานที่สูงกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป เรียกได้ว่าเจ้า Workstation มันคือลูกครึ่งระหว่าง PC กับ Server นั่นเอง ทุกชิ้นส่วน เช่น Mainboard, CPU, RAM, Internal Drive ฯลฯ ) ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์หลักๆคือทำงานหนักตลอดทั้งวัน เพราะในหลายๆครั้ง ผู้ใช้งานก็ต้องใช้เวลาในการ Render, สร้าง Animation, วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และต้องเปิดใช้งาน Workstation ข้ามคืนกันเลย

 

แน่นอนว่าเมื่อมันแพงกว่า มันก็ย่อมจะดีกว่า เรามาดูว่า Workstation เจ๋ง PC ตรงไหน

– ECC RAM (Error Checking and Correcting) เป็นระบบของแรม ในการตรวจสอบหาความผิดพลาดของข้อมูล เมื่อมีการเรียกข้อมูลจากแรม มันจะช่วยแก้ไขข้อผิดพลาดที่ทำให้หน่วยความจำระบบของคุณน่าเชื่อถือมากขึ้น มันแก้ไขข้อผิดพลาดในหน่วยความจำก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อระบบของคุณเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาและช่วยลดปัญหา Downtime (คอมเจ๊ง)

– Multiple Processor Cores ซีพียูตระกูล Xeon ที่จะพบได้ใน Server ขึ้นชื่อในการเรื่องการความอึดและทน สามารถรองรับการทำงานได้นานกว่าซีพียูทั่วๆไป และมาพร้อมกับแกนประมวลผลหลายแกน ซึ่งหมายถึงความสามารถในการประมวลผลมากขึ้น

– RAID (Redundant Array of Independent Disks) คือ การใช้ฮาร์ดไดรฟ์หลายลูกในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลของคุณ มีหลายประเภท ซึ่งแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ที่ใช้และระบบที่รองรับ เช่นการทำ Miror RAID ที่ช่วยสร้างข้อมูลสำรองขึ้นมาอีกชุดแล้วเก็บไว้ ถ้าไดรฟ์หนึ่งล้มเหลวหรือพังไป ไดรฟ์อื่นๆจะยังคงทำงานได้แบบต่อเนื่องโดยไม่ทำให้ข้อมูลเสียหาย

– Redundant Power Supply จุดเด่นอีกข้อที่นำมาใช้บน Workstation บางรุ่นคือ ระบบ Redundant PSU (มักจะพบได้บนเครื่อง Server โดยทั่วไป คอมพิวเตอร์จะมี PSU แค่ตัวเดียว) ข้อดีคือเมื่อ Power Supply ที่เป็นแหล่งจ่ายไฟสำคัญของอุปกรณ์พังลงไป จะมี Power Supply อีกตัวหนึ่งเข้ามาทำงานแทนกันอย่างต่อเนื่อง โดยไม่กระทบต่องานที่ทำอยู่

– SSD (Solid State Drive) Harddisk แบบ SSD เป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน แต่ก็มีราคาแพงจนน้ำตาเล็ดเพราะความเร็วในการเขียนและอ่านข้อมูลที่เร็วกว่า Harddisk แบบปกติมากถึง 100 เท่า (ในการอ่านไฟล์ขนาดเล็ก) และมีความคงทนกว่าหลายเท่าตัวนัก แน่นอนว่ามันทำงานแตกต่างจากฮาร์ดดิสก์ทั่วไปที่เป็นแบบจานหมุน เนื่องจาก Harddisk แบบจานหมุนทำให้เกิดความร้อน เสี่ยงต่อการกระทบกระแทก ทำให้เกิดความเสียหายของข้อมูลได้

– GPU (Graphic Processing Unit) การ์ดจอระดับสูงที่มักจะพบได้น้อยในคอมพิวเตอร์ทั่วๆ ไป ถือว่าเป็นหัวใจหลักในการทำงานของนักออกแบบหรือนักตัดต่อวีดิโอมืออาชีพ ในหลายๆรุ่นของ Workstation ที่นำการ์ดจอตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมาใส่ไว้ในเครื่องเดียวเพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการประมวลผล

– Warranty นี่หล่ะครับ ข้อแตกต่างที่โดนใจผมมากที่สุด ด้วยการรับประกันที่เหมาะกับธุรกิจในยุคปัจจุบันจริงๆ เพราะถ้าหากเครื่องเรามีปัญหา หรือ อุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งพังไป ทางผู้ผลิตไม่ว่าจะเป็น HP, Dell, Lenovo จะมีบริการมาซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่ให้คุณถึงบ้าน หรือที่ทำงาน ในวันถัดไป (Next Business Day Warranty) ลองนึกสภาพเอาคอมพิวเตอร์ทั่วไปมาใช้แล้วมันพังสิครับ กว่าจะแบกคอมพิวเตอร์ไปศุนย์ กว่าจะหาร้านซ่อมได้ กว่าจะซ่อมเสร็จกี่วัน และทีนี้จะเอาคอมที่ไหนใช้ทำงานอีก โอ๊ย แค่คิดก็ปวดเหม่ง

สำหรับเพื่อนๆ กำลังมองหา Workstation ดีๆ ก็อย่าลังเล เข้าไปเช็คราคาได้ที่นี่

#Onestopware

www.onestopware.com

เราขาย Server และ Software ที่ให้คุณมากกว่าคำว่าถูก

ทิ้งคำตอบไว้